เผยแพร่: 16 ตุลาคม 2569 · อัปเดตล่าสุด: 16 ตุลาคม 2569 

คำตอบสั้น: พอร์ตหุ้นแดงในวันที่ดัชนี SET ขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติ เพราะ (1) ดัชนี SET ถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด หุ้นใหญ่ไม่กี่ตัวจึงดันดัชนีให้เขียวได้ แม้หุ้นส่วนใหญ่จะลง (2) พอร์ตของเรามีสัดส่วนและกลุ่มอุตสาหกรรมไม่เหมือนดัชนี และ (3) ผลตอบแทนพอร์ตเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนเงิน รวมเงินสดและเทียบกับต้นทุนที่ซื้อมา ไม่ใช่ผลตอบแทนของหุ้นที่ขึ้นแรงที่สุดในพอร์ต

อินโฟกราฟิกสรุป 3 สาเหตุที่พอร์ตแดงทั้งที่ SET ขึ้น: ดัชนีถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด พอร์ตของเราไม่เหมือนดัชนี และผลตอบแทนพอร์ตเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ทำไม SET ขึ้นได้ ทั้งที่หุ้นส่วนใหญ่ลง

ดัชนี SET ให้น้ำหนักหุ้นแต่ละตัวตามมูลค่าตลาดของบริษัท (market capitalization weighted) หุ้นของบริษัทใหญ่จึงมีผลต่อดัชนีมากกว่าหุ้นขนาดกลางและเล็ก หุ้นใหญ่ไม่กี่ตัวที่ราคาขึ้นแรงจึงทำให้ดัชนีเขียวได้ ในวันที่หุ้นส่วนใหญ่ราคาลดลง

ลองดูตัวอย่างตลาดสมมติที่มีหุ้น 6 ตัว ส่วนที่ช่วยหรือฉุดดัชนี คือ น้ำหนักในดัชนี คูณ ราคาที่เปลี่ยน

ตารางตัวอย่างสมมติหุ้น 6 ตัว หุ้น A น้ำหนัก 40% ขึ้น 3% ทำให้ดัชนีรวมขึ้น 0.40% แม้หุ้น 4 ใน 6 ตัวลดลง และพอร์ตที่ถือหุ้น D E F เท่ากันได้ -3.0%

หุ้นสมมติ น้ำหนักในดัชนี ราคาเปลี่ยน ส่วนที่ช่วยหรือฉุดดัชนี
A (หุ้นใหญ่) 40% +3% +1.20
B 20% +1% +0.20
C 10% -1% -0.10
D 10% -2% -0.20
E 10% -3% -0.30
F 10% -4% -0.40
รวม 100%   ดัชนี +0.40%

 

หุ้น 4 ใน 6 ตัวลดลง แต่ดัชนีเขียว +0.40% เพราะหุ้น A ที่มีน้ำหนักมากขึ้นแรง ถ้าพอร์ตของเราถือหุ้น D, E, F เท่ากัน พอร์ตจะได้ (-2% -3% -4%) หาร 3 = -3.0% ในวันเดียวกัน

หมายเหตุ: วิธีกำหนดน้ำหนักของแต่ละดัชนีอาจต่างกัน เช่น บางดัชนีปรับตามสัดส่วนหุ้นที่ซื้อขายได้จริง (free float) ดูรายละเอียดล่าสุดได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

พอร์ตของเราไม่เหมือนดัชนีอย่างไร

ดัชนีเป็นตะกร้าที่มีหุ้นนับร้อยตัว ส่วนพอร์ตของเรามักมีหุ้นไม่กี่ตัวและกระจุกอยู่ในบางกลุ่มอุตสาหกรรม ในแต่ละวันเงินลงทุนมักไหลไปกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากกว่ากลุ่มอื่น ถ้าวันนั้นเงินไหลเข้ากลุ่มที่เราไม่ได้ถืออยู่ พอร์ตก็อาจไม่ขยับตามดัชนี หรือสวนทางได้

ภาพประกอบเปรียบเทียบตะกร้าใหญ่ที่มีหุ้นหลายขนาดแทนดัชนี กับตะกร้าเล็กที่มีหุ้นไม่กี่ตัวแทนพอร์ตของนักลงทุน

ผลตอบแทนพอร์ตไม่เท่าผลตอบแทนหุ้นที่ถือ เพราะอะไร

ผลตอบแทนพอร์ตคือค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนเงิน ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยธรรมดา และเงินสดที่ถืออยู่ก็นับรวมด้วย

สูตร: ผลตอบแทนพอร์ต = (สัดส่วนเงินของหุ้นตัวที่ 1 × ผลตอบแทนของตัวที่ 1) + (สัดส่วนเงินของหุ้นตัวที่ 2 × ผลตอบแทนของตัวที่ 2) + ... + (สัดส่วนเงินสด × 0%)

ตัวอย่างสมมติ พอร์ต 100,000 บาท

แผนภาพพอร์ตสมมติ 100,000 บาท หุ้น X 20,000 บาทขึ้น 25% หุ้น Y 50,000 บาทลง 8% เงินสด 30,000 บาท รวมได้ +1,000 บาท หรือ +1.0%

ส่วนของพอร์ต เงินลงทุน (บาท) ผลตอบแทน กำไรหรือขาดทุน (บาท)
หุ้น X 20,000 +25% +5,000
หุ้น Y 50,000 -8% -4,000
เงินสด 30,000 0% 0
รวม 100,000   +1,000 (+1.0%)

 

หุ้น X ขึ้นถึง 25% แต่พอร์ตได้เพียง +1.0% เพราะหุ้น X มีน้ำหนักแค่ 20% และมีหุ้น Y ที่ลดลงกับเงินสดที่ไม่ได้สร้างผลตอบแทนอยู่ด้วย

ทำไมวันนี้หุ้นเขียวแต่พอร์ตยังแดง

ผลสีเขียวหรือแดงของพอร์ตส่วนใหญ่เทียบกับต้นทุนที่ซื้อมา ไม่ได้เทียบกับราคาเมื่อวาน ถ้าซื้อหุ้นไว้ที่ 100 บาท ราคาลงมาเหลือ 80 บาท แล้ววันนี้ขึ้น 3% เป็น 82.40 บาท หุ้นตัวนั้นเขียวในวันนี้ แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนยังต่ำกว่า 17.6% พอร์ตจึงยังแสดงเป็นสีแดง

กราฟตัวอย่างหุ้นซื้อที่ 100 บาท ลงเหลือ 80 บาท แล้วขึ้น 3% เป็น 82.40 บาท ยังต่ำกว่าต้นทุนอยู่ 17.6%

เช็กเองได้ใน 3 ขั้น ว่าพอร์ตแดงเพราะอะไร

ขั้นตอนเช็กเอง 3 ขั้นว่าพอร์ตแดงเพราะอะไร: เทียบช่วงเวลาเดียวกันกับ SET และ SET50 ดูน้ำหนักและกลุ่มอุตสาหกรรม และแยกปัจจัยอื่นออก

ขั้น ดูอะไร บอกอะไร
1. เทียบช่วงเวลาเดียวกัน ผลตอบแทนพอร์ต เทียบ SET และ SET50 ถ้า SET50 ขึ้นแต่พอร์ตลง แสดงว่าพอร์ตอาจไม่ได้ถือหุ้นใหญ่ที่ดันตลาด
2. ดูน้ำหนักและกลุ่ม สัดส่วนของแต่ละตัวและแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม เทียบกับกลุ่มที่ดันตลาดวันนั้น บอกว่าพอร์ตอยู่นอกกลุ่มที่เงินไหลเข้าหรือไม่
3. แยกปัจจัยอื่นออก ต้นทุนเฉลี่ย เงินสดในพอร์ต การซื้อหรือขายเพิ่มระหว่างทาง ค่าธรรมเนียม ปันผล บอกว่าตัวเลขสีแดงมาจากราคาวันนี้ หรือมาจากต้นทุนและสัดส่วน

 

ข้อควรรู้: แอปแต่ละแอปคำนวณผลตอบแทนไม่เหมือนกัน บางแอปคิดจากต้นทุนซื้อ บางแอปใช้ TWR (Time-Weighted Return) ซึ่งตัดผลของจังหวะเติมหรือถอนเงินออกเพื่อวัดผลของการเลือกหุ้น และบางแอปใช้ MWR หรือ XIRR ซึ่งนับจังหวะเงินเข้าออกด้วย ดูให้แน่ใจว่าแอปที่ใช้คำนวณแบบไหนก่อนเปรียบเทียบตัวเลข

คำถามที่พบบ่อย

 
1SET ขึ้นแต่พอร์ตแดง ผิดปกติไหม↕
ไม่ผิดปกติ ดัชนีถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด หุ้นใหญ่ไม่กี่ตัวจึงทำให้ดัชนีเขียวได้ในวันที่หุ้นส่วนใหญ่ลด และพอร์ตของเราอาจมีน้ำหนักและกลุ่มต่างจากดัชนี
2ทำไมผลตอบแทนพอร์ตในแอปไม่ตรงกับ % ของหุ้นแต่ละตัว↕
เพราะผลตอบแทนพอร์ตถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนเงิน รวมเงินสด และขึ้นกับวิธีคำนวณที่แอปใช้ (ต้นทุน TWR หรือ MWR)
3TWR กับ MWR ต่างกันอย่างไร↕
TWR ตัดผลของจังหวะเติมหรือถอนเงินออก เพื่อวัดผลของการเลือกหุ้นอย่างเดียว ส่วน MWR หรือ XIRR นับจังหวะที่เงินเข้าและออกจากพอร์ตด้วย
4พอร์ตแดงทั้งที่ SET ขึ้น ควรทำอย่างไรต่อ↕
ขั้นแรกคือทำความเข้าใจว่าผลมาจากอะไร ตามขั้นตอนเช็ก 3 ขั้นด้านบน การตัดสินใจปรับพอร์ตขึ้นกับเป้าหมาย ระยะเวลา และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละคน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

แหล่งข้อมูล

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับรองผลในอนาคต เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ได้พิจารณาวัตถุประสงค์หรือสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละบุคคล ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลหรือผลตอบแทนจริง