Darling Ingredients $DAR : เทศบาลโลก เปลี่ยนซากสัตว์เป็นกำไรหมื่นล้าน | Liberator

Darling Ingredients $DAR : "เทศบาลโลก" ผู้เปลี่ยนขยะซากสัตว์เป็นกำไรหมื่นล้าน
สารบัญ
- ถ้าไม่มีบริษัทนี้... โลกอาจเกิดโรคระบาดร้ายแรง
- งบการเงิน Q4 และ ปี 2025: ปริมาณขยะมหาศาลที่เปลี่ยนเป็นเงิน
- The Strategic Masterstroke: ปฏิบัติการ "ฮุบเหมืองทอง" ในบราซิล
- ขายน้ำมันทะลุพันล้านแกลลอน และความลับของ SAF
- Beyond Food: นวัตกรรม "Nextida" เกาะเทรนด์สุขภาพโลก
- โอกาสที่น่าจับตา
- ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้าไม่มีบริษัทนี้... โลกอาจเกิดโรคระบาดร้ายแรง
เคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมครับ? ว่าในแต่ละวัน โลกเราเชือดวัว เชือดหมู และเชือดไก่ เป็นจำนวนกี่ล้านตัว? แล้ว "ส่วนที่เหลือ" ที่มนุษย์ไม่กิน อย่างเช่น หัวกะโหลกวัว ไส้หมู เลือดไก่ กระดูก และไขมัน... มันหายไปไหน?
ถ้าไม่มีใครจัดการกับ "ขยะชีวภาพ" เหล่านี้ ภายในเวลาแค่ 7 วัน โลกเราจะเหม็นเน่า เต็มไปด้วยเชื้อโรค และอาจเกิดโรคระบาดร้ายแรงกว่า COVID-19 หลายเท่า แต่โชคดีที่โลกใบนี้มี "ผู้เก็บกวาด" ที่ทรงอิทธิพลที่สุด นามว่า Darling Ingredients ($DAR) นี่ไม่ใช่แค่บริษัทเก็บขยะ แต่เขาคือ "เทศบาลของวงการอาหารโลก" ที่เปลี่ยนสิ่งปฏิกูลให้กลายเป็นกระแสเงินสด!
งบการเงิน Q4 และ ปี 2025: ปริมาณขยะมหาศาลที่เปลี่ยนเป็นเงิน
ในไตรมาส 4 ปี 2025 (สิ้นสุด 3 ม.ค. 2026) บริษัทเผชิญกับราคาไขมันในตลาดที่ลดลง แต่ด้วย "ปริมาณ (Volume)" วัตถุดิบที่ไหลเข้ามาให้แปรรูปมหาศาล ทำให้บริษัทสามารถทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย
ตารางสรุปผลประกอบการ Darling Ingredients (Q4 & Full Year 2025)
Forward Guidance 2026: ผู้บริหารคาดการณ์ว่าในไตรมาส 1 ปี 2026 เฉพาะธุรกิจส่วนผสมหลัก (Core Ingredients - ไม่รวม DGD) จะทำ Adjusted EBITDA ได้สูงถึง $240-$250 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
The Strategic Masterstroke: ปฏิบัติการ "ฮุบเหมืองทอง" ในบราซิล
ในขณะที่คู่แข่งกำลังดิ้นรน $DAR อาศัยความแข็งแกร่งทางการเงินเข้าซื้อกิจการ 3 โรงงานของ "Patense Group" ซึ่งเป็นบริษัท Rendering เบอร์ 2 ในบราซิล (ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์รายใหญ่ของโลก)
- ได้ของดีราคาถูก: เจ้าของเดิมล้มละลาย $DAR จึงคว้ามาได้ในราคาเพียง ~$120 ล้านดอลลาร์
- ผูกขาดเบ็ดเสร็จ (Monopoly): การฮุบเบอร์ 2 เข้ามารวมกับพอร์ตเดิม ทำให้ $DAR กลายเป็นผู้ผูกขาดการรับซื้อซากสัตว์ในอเมริกาใต้ สร้างคูเมืองทางธุรกิจ (Economic Moat) ที่คู่แข่งหน้าใหม่ไม่มีทางเจาะเข้า
ขายน้ำมันทะลุพันล้านแกลลอน และความลับของ SAF
ธุรกิจพลังงาน Diamond Green Diesel (DGD) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเป็น "ผู้ผลิตต้นทุนต่ำที่สุด" (Lowest Cost Producer) ในตลาด
- การสร้างกระแสเงินสด (PTC Monetization): ในปี 2025 บริษัทสามารถแปลงเครดิตภาษีการผลิต (Production Tax Credit - PTC) เป็นเงินสดได้ถึง $255 ล้านดอลลาร์ จากทั้งหมด $285 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนสภาพคล่องได้อย่างมหาศาล
- ใครคือผู้ซื้อน้ำมันเครื่องบิน SAF ตัวจริง?: หลายคนคิดว่าสายการบินคือลูกค้าหลัก แต่ CFO เปิดเผยว่า "ผู้ซื้อเครดิต SAF ตัวจริง คือบริษัท Tech ยักษ์ใหญ่และกลุ่มธนาคาร" ที่ต้องการบรรลุเป้าหมาย Net Zero (Scope 3) นี่คือลูกค้ากระเป๋าหนักที่พร้อมจ่ายไม่อั้นเพื่อภาพลักษณ์ ESG!
Beyond Food: นวัตกรรม "Nextida" เกาะเทรนด์สุขภาพโลก
ธุรกิจ Food Segment ของ $DAR กำลังอัปเกรดตัวเองจากการขาย "ไขมันและกระดูก" สู่สินค้านวัตกรรมอย่าง "Nextida" (Bio-active Peptides)
สินค้าตัวนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น GLP-1 Alternative หรืออาหารเสริมทางเลือกสำหรับควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (เกาะเทรนด์ยาลดน้ำหนักที่กำลังฮิตทั่วโลก) ปัจจุบันเริ่มมียอดสั่งซื้อซ้ำ และเตรียมเปิดตัวสูตรบำรุงสมอง (Brain Health) ในช่วงฤดูร้อนนี้ ถือเป็นการเพิ่ม Valuation Multiple ให้กับบริษัทอย่างชาญฉลาด
สิ่งที่นักลงทุนกลัวที่สุดในหุ้นกลุ่มนี้คือ "หนี้สิน" แต่ผลงานสิ้นปี 2025 พิสูจน์แล้วว่าผู้บริหารคุมเกมอยู่
Leverage Ratio ลดฮวบ: ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.90x (จากเกือบ 4x ในปีก่อน) สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดหนี้ (Deleveraging)
สภาพคล่องล้นเหลือ: มีเงินสด $88.7 ล้าน และมีวงเงินกู้หมุนเวียน (Revolver) พร้อมใช้อีกถึง $1.32 พันล้านดอลลาร์ (หนี้สินรวมอยู่ที่ $3.94 พันล้าน) พร้อมลุย M&A ต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเพิ่มทุน
โอกาสที่น่าจับตา
$DAR ไม่ใช่แค่หุ้นรอเก็บขยะ แต่มีปัจจัยขับเคลื่อน (Catalysts) ระดับโลกที่รออยู่
-
ขุมทรัพย์น่านฟ้า (SAF - Sustainable Aviation Fuel): ธุรกิจน้ำมันเครื่องบินรักษ์โลกกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (Early Stage) และ $DAR เป็นผู้ผลิตต้นทุนต่ำที่สุด โอกาสมหาศาลคือกลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่สายการบิน แต่เป็นบริษัทระดับ Big Tech (Google, Microsoft, Amazon) ที่ต้องซื้อเครดิตคาร์บอนเพื่อทำเป้าหมาย Net Zero
-
การผูกขาดในละตินอเมริกา: การเข้าซื้อกิจการ Patense Group ในบราซิลด้วยราคาถูก (Distressed Asset) จะทำให้ $DAR เป็นเบอร์ 1 ในภูมิภาคที่ส่งออกเนื้อสัตว์มากที่สุดในโลก สร้างคูเมือง (Economic Moat) ที่แข็งแกร่งขึ้นไปอีก
-
นวัตกรรมสุขภาพ (Nextida): การขยับจากอาหารสัตว์สู่อาหารเสริมมนุษย์ ด้วยเปปไทด์ทางเลือกที่ช่วยคุมน้ำตาล (GLP-1 Alternative) และสูตรบำรุงสมอง ถือเป็นการ "อัปเกรดอัตรากำไร" (Margin Expansion) ครั้งใหญ่
-
นโยบายภาครัฐ (Regulatory Tailwinds): ผู้บริหารคาดการณ์ว่าโควตาการผสมเชื้อเพลิงหมุนเวียน (Renewable Volume Obligation - RVO) ฉบับใหม่จาก EPA จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุง "ราคาไขมัน" ในตลาดให้ฟื้นตัวได้ในอนาคต
ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้
แม้ธุรกิจจะผูกขาด แต่ก็มี "จุดเปราะบาง" ที่ผูกติดกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
-
ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Price Volatility): รายได้และกำไรของบริษัทผูกติดกับ "ราคาไขมันสัตว์" และ "ราคาน้ำมันพืชใช้แล้ว" (UCO) โดยตรง หากราคาตลาดโลกตกต่ำ (เหมือนที่เผชิญในปีที่ผ่านมา) จะกดดันอัตรากำไรของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
-
ความเสี่ยงด้านโรคระบาดในสัตว์ (Biological Risks): วัตถุดิบหลักคือซากสัตว์ หากเกิดโรคระบาดรุนแรง เช่น ไข้หวัดนก (Bird Flu), อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) หรือโรควัวบ้า (BSE) จะทำให้ปริมาณปศุสัตว์ลดลง ส่งผลให้ $DAR ขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต
-
ความเสี่ยงด้านนโยบายรัฐและภาษี (Regulatory & Tax Credit Risks): กำไรของธุรกิจ DGD พึ่งพาสิทธิประโยชน์ทางภาษี (เช่น PTC - Production Tax Credit) และนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาลสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือยกเลิกการอุดหนุน จะกระทบต่อกระแสเงินสดอย่างรุนแรง
-
วงจรของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์: หากต้นทุนอาหารสัตว์แพงขึ้น หรือคนบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง โรงฆ่าสัตว์ก็จะลดกำลังการผลิตลง ซึ่งแปลว่า $DAR จะมี "ขยะ" ให้เก็บน้อยลงตามไปด้วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ธุรกิจ DGD ของ $DAR แตกต่างจากผู้ผลิตไบโอดีเซลรายอื่นอย่างไร?
A: DGD (Diamond Green Diesel) ได้เปรียบมหาศาลเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ เพราะ $DAR มีวัตถุดิบ (ไขมันสัตว์/น้ำมันพืชใช้แล้ว) เป็นของตัวเอง ไม่ต้องไปแย่งประมูลซื้อในตลาด ทำให้ DGD มี Margin สูงสุดในอุตสาหกรรม (เฉลี่ย $0.21/แกลลอน ในปี 2025)
Q: ทำไมยอดขายโต แต่กำไรสุทธิ Q4/2025 ถึงลดลง?
A: กำไรสุทธิที่ลดลงเกิดจากการบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชี (Restructuring and Asset Impairment) จำนวน $58.0 ล้านดอลลาร์ เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ Enviroflight และ CTH ซึ่งเป็นการตัดขาดทุนเพียงครั้งเดียว (One-time non-cash charge) ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงานจริง (Adjusted EBITDA) ยังคงเติบโตแข็งแกร่งถึง 16.1%
เรียบเรียงโดย : ทีมงาน Liberator
อ้างอิงข้อมูล: https://www.darlingii.com/en/media/news/20260211-darling-ingredients-inc-reports-fourth-quarter-2025-results
อัพเดทข้อมูล: ณ วันที่ 26/02/26
==================================
Disclaimer:
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
นักลงทุนควรศึกษาลักษณะสินค้าและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
ก่อนตัดสินใจ การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดพิจารณาให้รอบคอบ
==================================

