Technical Analysis · พื้นฐานการอ่านกราฟ

แท่งเทียน 1 แท่ง
บอกอะไรได้บ้าง?

เปิดกราฟครั้งแรกแล้วเห็นแต่แท่งเขียวแท่งแดงเต็มจอ บทความนี้พาอ่านให้ครบทั้งสี่ค่า ตั้งแต่ศูนย์

อ่าน 6 นาที ระดับ: เริ่มต้น Liberator Knowledge
ราคาสูงสุด ราคาปิด ราคาเปิด ราคาต่ำสุด HIGH CLOSE OPEN LOW

เปิดกราฟหุ้นครั้งแรก สิ่งที่เห็นคือแท่งสีเขียวสีแดงเรียงกันเต็มจอ บางแท่งอ้วน บางแท่งผอม บางแท่งมีเส้นยาวโผล่ออกมาทั้งบนและล่าง คำถามที่ตามมาแทบจะทันทีคือ “แล้วมันบอกอะไร”

คำตอบสั้นๆ คือ แท่งเทียน 1 แท่ง อัดข้อมูลสำคัญไว้ถึง 4 ค่าในรูปเดียว และถ้าอ่านครบทั้งสี่ค่าได้เมื่อไร กราฟที่เคยดูเหมือนสัญญาณรบกวนจะเริ่มเล่าเรื่องให้ฟัง

บทความนี้ปูพื้นเรื่องเดียว คือแท่งเทียนหนึ่งแท่งประกอบด้วยอะไร และอ่านอย่างไรให้ถูก ยังไม่ลงลึกถึงรูปแบบแท่งเทียนแบบต่างๆ เพราะถ้าพื้นฐานตรงนี้ยังคลาดเคลื่อน การไปจำรูปแบบต่อก็ไม่ช่วยอะไร

แท่งเทียนคืออะไร

แท่งเทียน (Candlestick) คือการสรุปการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหนึ่งให้เหลือรูปเดียว

คำว่า “ช่วงเวลาหนึ่ง” สำคัญมาก เพราะแท่งเทียนไม่ได้ผูกกับวันเสมอไป ขึ้นอยู่กับ Timeframe ที่เลือกดู บนกราฟรายวัน แท่งหนึ่งแท่งคือหนึ่งวันทำการ บนกราฟ 15 นาที แท่งหนึ่งแท่งคือ 15 นาที บนกราฟรายสัปดาห์ แท่งหนึ่งแท่งคือทั้งสัปดาห์ วิธีอ่านเหมือนกันหมด ต่างกันแค่กรอบเวลาที่กำลังมอง

เทคนิคนี้ไม่ใช่ของใหม่ เชื่อกันว่ามีรากมาจากการซื้อขายข้าวในญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 18 ก่อนจะแพร่หลายในโลกตะวันตกจริงจังในช่วงทศวรรษ 1990 จากหนังสือของ Steve Nison นักวิเคราะห์ที่นำวิธีอ่านกราฟแบบญี่ปุ่นมาเผยแพร่ ทุกวันนี้มันกลายเป็นรูปแบบกราฟมาตรฐานของแทบทุกแพลตฟอร์มการลงทุนทั่วโลก

4 ค่าที่แท่งเทียนบอก

หัวใจของแท่งเทียนคือค่าสี่ตัวนี้ นักเทรดมักเรียกรวมกันว่า OHLC

ราคาเปิด OPEN ราคาแรกที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
ราคาสูงสุด HIGH ราคาสูงที่สุดที่มีการซื้อขายจริงในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่ราคาที่ “น่าจะไปถึง” แต่คือราคาที่มีคนตกลงซื้อขายกันจริง
ราคาต่ำสุด LOW ราคาต่ำที่สุดที่มีการซื้อขายจริงในช่วงเวลานั้น
ราคาปิด CLOSE ราคาสุดท้ายก่อนจบช่วงเวลานั้น

ใน 4 ค่านี้ นักเทรดจำนวนมากให้น้ำหนักกับราคาปิดมากที่สุด เพราะเป็นราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายยอมรับร่วมกันหลังจากต่อสู้กันมาตลอดช่วงเวลานั้น ระหว่างทางราคาจะเหวี่ยงไปทางไหนก็ตาม ราคาปิดคือข้อสรุปที่เหลืออยู่

ตัวแท่งกับไส้เทียน อ่านคนละเรื่องกัน

รูปทรงของแท่งเทียนแบ่งเป็นสองส่วน แต่ละส่วนตอบคำถามคนละข้อ

ตัวแท่ง (Body) คือกล่องสี่เหลี่ยมหนาๆ ตรงกลาง แสดงระยะระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ตัวแท่งยิ่งยาว ยิ่งแปลว่าฝั่งที่ชนะในช่วงเวลานั้นชนะขาด ราคาถูกผลักไปไกลจากจุดเริ่มต้นและอยู่ตรงนั้นได้จนจบ ตัวแท่งสั้นหรือแทบไม่มีเลย แปลว่าสองฝั่งสูสี ราคาวนกลับมาจบใกล้ที่เดิม

ไส้เทียน (Wick หรือ Shadow) คือเส้นบางที่ยื่นออกจากตัวแท่งขึ้นบนและลงล่าง แสดงว่าระหว่างทางราคาเคยเหวี่ยงไปไกลแค่ไหน ก่อนจะถูกดึงกลับมา

ตัวแท่งยาว ฝั่งที่ชนะ ชนะขาด ตัวแท่งสั้น ไส้ยาวสองด้าน สองฝั่งสูสี ราคาวนกลับที่เดิม ไส้บนยาว เคยขึ้นไปได้ แต่ถูกกดกลับ
ความยาวของตัวแท่งบอกว่าใครชนะขาดแค่ไหน ส่วนไส้เทียนบอกว่าระหว่างทางเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จุดที่มือใหม่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าไส้เทียนคือที่อยู่ของราคาสูงสุดและต่ำสุดเสมอ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ถ้าแท่งไหนไม่มีไส้เลย แปลว่าราคาสูงสุดกับต่ำสุดอยู่ที่ขอบตัวแท่งพอดี พูดให้ตรงกว่าคือ ไส้เทียนแสดงช่วงราคาที่เลยออกไปจากตัวแท่งต่างหาก

ความหมายเชิงพฤติกรรมของไส้เทียนน่าสนใจ ไส้บนยาวๆ แปลว่าราคาเคยขึ้นไปได้ แต่มีแรงขายเข้ามากดกลับลงมา ไส้ล่างยาวๆ แปลว่าราคาเคยลงไปลึก แต่มีแรงซื้อเข้ามารับกลับขึ้นไป มันคือร่องรอยของการต่อสู้ที่ตัวแท่งอย่างเดียวมองไม่เห็น

สีเขียวสีแดง อ่านอย่างไรไม่ให้พลาด

โดยทั่วไปบนแพลตฟอร์มไทยและสหรัฐฯ แท่งเขียว หมายถึงราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แรงซื้อเหนือกว่าในช่วงเวลานั้น ส่วน แท่งแดง หมายถึงราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด แรงขายเหนือกว่าในช่วงเวลานั้น

แต่ตรงนี้มีจุดที่ต้องระวัง และเป็นจุดที่ทำให้คนอ่านกราฟผิดกันบ่อยที่สุด

แท่งแดง ไม่ได้แปลว่าติดลบเสมอไป

สีของแท่งเทียนเทียบกับราคาเปิดของตัวมันเอง ไม่ได้เทียบกับราคาปิดของแท่งก่อนหน้า

ช่วง Gap ปิดเมื่อวาน 100 เมื่อวาน วันนี้ สูงสุด 107 เปิด 105 ปิด 103 แท่งสีแดง เพราะปิด 103 ต่ำกว่าเปิด 105 แต่ยังบวก 3% เพราะ 103 สูงกว่าปิดเมื่อวานที่ 100
สีบอกว่าใครคุมเกมภายในช่วงเวลานั้น ส่วนบวกลบบอกว่าราคาเปลี่ยนไปเท่าไรจากรอบก่อน คนละคำถามกัน

สมมติหุ้น A ปิดเมื่อวานที่ 100 บาท วันนี้มีข่าวดี ราคาเปิดกระโดดขึ้นไปที่ 105 บาท ระหว่างวันขึ้นไปแตะ 107 แล้วย่อลงมาปิดที่ 103 บาท แท่งวันนี้จะเป็นสีแดงเพราะปิดต่ำกว่าเปิด แต่เทียบกับเมื่อวาน ราคายังบวกอยู่ 3%

กรณีกลับกันก็เกิดได้เหมือนกัน ถ้าเปิดกระโดดลง (Gap Down) แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นระหว่างวัน แท่งจะเป็นสีเขียวทั้งที่ราคาปิดยังต่ำกว่าเมื่อวาน

สีเขียวขึ้น แดงลง ไม่ใช่มาตรฐานสากล

ในตลาดจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลี สีแดงมักหมายถึงราคาขึ้น เพราะแดงเป็นสีมงคล ส่วนเขียวหรือน้ำเงินหมายถึงราคาลง ถ้าเปิดกราฟหุ้นจีนครั้งแรกแล้วรู้สึกว่าอะไรมันแปลกๆ นี่คือเหตุผล และแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ตั้งค่าสีเองได้

แท่งเดียวไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย

แท่งเทียน 1 แท่ง คือข้อมูล ไม่ใช่คำสั่ง มันบอกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้ซื้อกับผู้ขายต่อสู้กันอย่างไร แต่มันไม่ได้บอกว่าราคาจะไปทางไหนต่อ

แท่งเขียวยาวๆ หนึ่งแท่งอาจเป็นจุดเริ่มของขาขึ้น หรืออาจเป็นแท่งสุดท้ายก่อนแรงซื้อหมดก็ได้ ตัวมันเองแยกไม่ออก

การใช้งานจริงจึงต้องดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย อย่างน้อยคือ

  • หลายแท่งต่อเนื่องกัน เพื่อดูแนวโน้มว่ากำลังไปทางไหน
  • แนวรับและแนวต้าน ว่าแท่งนั้นเกิดขึ้นตรงบริเวณสำคัญหรือไม่
  • ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ว่าการเคลื่อนไหวนั้นมีแรงหนุนจริงหรือแค่ซื้อขายเบาบาง
  • ปัจจัยพื้นฐานและข่าวสาร ที่อาจอธิบายว่าทำไมราคาถึงเคลื่อนไหวแบบนั้น

แท่งเทียนเป็นเครื่องมืออ่านพฤติกรรมราคา ไม่ใช่เครื่องทำนายอนาคต ความเข้าใจตรงนี้สำคัญกว่าการจำรูปแบบได้เยอะๆ

สรุป

แท่งเทียน 1 แท่ง บอกสี่ค่า คือราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิด

ตัวแท่งบอกระยะระหว่างเปิดกับปิด ไส้เทียนบอกว่าระหว่างทางราคาเคยไปไกลแค่ไหน สีบอกว่าฝั่งไหนคุมเกมในช่วงเวลานั้น โดยเทียบกับราคาเปิดของตัวเอง ไม่ใช่ราคาปิดของแท่งก่อนหน้า

 

 

เริ่มต้นศึกษาและฝึกอ่านกราฟด้วยตัวเองได้ที่ Liberator Academy